top of page

Our 
Story

ABOUT US

Marketing Insight คือสื่อด้านการตลาดและธุรกิจ มุ่งอัปเดตเทรนด์ใหม่ต่างๆรอบตัว รวมถึงข่าวสารด้านธุรกิจที่เชื่อมโยงชีวิตผู้คน เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้ผู้คนกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ  

​

Marketing - Strategy - Trend and Lifestyle

Google เปิดตัว Gemini 4 Argon AI ตัวใหม่คิดได้ยาวกว่าเดิม 15 เท่า

รูปภาพนักเขียน: Boonnada Phetnui
Boonnada Phetnui
4 ต.ค.
ยาว 2 นาที

ถ้าโมเดล AI ตัวหนึ่งไม่ได้วัดกันแค่ว่าตอบถูกไหม แต่วัดกันว่าทำงานซับซ้อนต่อเนื่องได้นานแค่ไหนโดยไม่หลุด คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเวอร์ชันใหม่ต่างจากเดิมจริง?


คำตอบของ Google คือ ขยายทุกอย่างที่เป็นข้อจำกัดเดิม


30 กันยายน 2026 Google DeepMind เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดลระดับ frontier ตัวใหม่ เริ่มปล่อยให้ทีม cyber defense ที่ไว้ใจได้ใช้ก่อนผ่านโครงการ Fairwind


💬เกิดอะไรขึ้น

  • ขยาย output token limit จากเดิม 64K เป็น 1 ล้าน token สูงสุดในอุตสาหกรรมตอนนี้ ทำให้โมเดล "คิดยาว" และแก้โจทย์ซับซ้อนจบในรอบเดียวได้มากขึ้น

  • ตั้งราคาที่ 2 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน input token และ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output token เป็นราคาแนะนำช่วงแรก ก่อนปรับเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์หลังหมดโปรโมชัน

  • ทำคะแนนอันดับ 1 ใน Vals Index ซึ่งวัดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจข้าม 4 สาย คือ finance, coding, legal และ tax

  • ทำคะแนนอันดับ 1 บน AutomationBench ของ Zapier ที่วัดการทำงานอัตโนมัติข้ามฟังก์ชันธุรกิจจริง ด้วยคะแนน 51.3%

  • เชี่ยวชาญด้าน cybersecurity defense โดยเฉพาะ หาและแพตช์ช่องโหว่ได้เอง และปล่อยเวอร์ชันไม่มี guardrail ให้ทีมความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ใช้เต็มรูปแบบ

  • Wiz ใช้ Argon ผ่านโครงการ Scan for Good แล้วเจอช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์สุขภาพที่โรงพยาบาลทั่วโลกใช้ ซึ่งโมเดลรุ่นก่อนหน้าตรวจไม่เจอ

  • ยังไม่เปิดให้ public ใช้งานทันที เริ่มจาก paid API customers และ Google AI Ultra subscribers ก่อน


🕐ทำไมต้องตอนนี้?

เพราะสนามแข่งของ AI รุ่น frontier กำลังเปลี่ยนโจทย์ จากเดิมที่วัดกันด้วยคำตอบเดี่ยว ๆ (เช่น ตอบคำถามถูกไหม) มาเป็นวัดกันที่งานที่ต้องใช้หลายขั้นตอนต่อเนื่อง เช่น เขียนโค้ดทั้งระบบ วิจัยการเงินแบบ multi-step หรือตรวจความปลอดภัยทั้ง codebase Google เลยเลือกขยาย "ความจุความคิด" ของโมเดลเป็นจุดขายหลัก แทนที่จะโฆษณาว่าฉลาดขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์เหมือนที่ผ่านมา


📍Insight จากมุม Consultant


  • การแข่งขัน AI กำลังเปลี่ยนจาก "ความฉลาด" เป็น "ความอึด"

    Token limit ที่เพิ่มจาก 64K เป็น 1 ล้าน ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางเทคนิค แต่คือการบอกว่าปัญหาที่โมเดลรับมือได้เปลี่ยนขนาด จากงานสั้น ๆ ไปเป็นงานที่ต้องคิดต่อเนื่องแบบมนุษย์ทำงานโปรเจกต์จริง เหมือนเปรียบเทียบคนที่ตอบคำถามเก่งกับคนที่ทำโปรเจกต์ยาวได้โดยไม่หลุดโฟกัส


  • โมเดลกำลังขยับจาก "ผู้ช่วย" เป็น "พนักงานเฉพาะทาง"

    Google ไม่ได้โฆษณาแค่ความสามารถทั่วไป แต่โชว์ผลงานในงานเฉพาะทางชัดเจน ทั้งกฎหมาย การเงิน และ cybersecurity พร้อมตัวเลขอ้างอิงจาก benchmark ของอุตสาหกรรมนั้นโดยตรง (Harvey's Legal Benchmark, Vals Finance Agent) นี่คือสัญญาณว่า AI รุ่นต่อไปจะถูกขายเป็น "ผู้เชี่ยวชาญแยกสายงาน" ไม่ใช่เครื่องมือเอนกประสงค์เพียงอย่างเดียว


  • ราคาเปิดตัวคือกลยุทธ์ดึงคนเข้าระบบก่อนคู่แข่ง

    ราคาช่วงแรกถูกกว่าราคาจริงถึงครึ่งหนึ่ง เป็นเกมคลาสสิกของธุรกิจ SaaS คือดึงให้ผู้ใช้ย้ายมาก่อน แล้วค่อยปรับราคาเมื่อ switching cost สูงขึ้น ธุรกิจที่วางแผนย้ายมาใช้ Argon ควรคำนวณต้นทุนที่ราคาเต็มไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่แค่ราคาโปรโมชัน


  • ความปลอดภัยถูกยกระดับเป็นจุดขาย ไม่ใช่แค่ข้อจำกัด

    Google พูดถึง 4 ด้านการป้องกันอย่างละเอียด ทั้งการป้องกันการใช้ในทางที่ผิด การป้องกัน prompt injection การตรวจจับความไม่สอดคล้องของพฤติกรรมโมเดล และการปิดผนึกสภาพแวดล้อมทดสอบ การเปิด feature ระดับสูงแบบค่อยเป็นค่อยไปผ่านโครงการ Fairwind สะท้อนว่า เมื่อโมเดลแรงขึ้น ความเร็วในการปล่อยสู่สาธารณะจะช้าลงเป็นเงื่อนไขมาตรฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่ข้อยกเว้น


    📚Business Implication

  • องค์กรที่ใช้ AI เพื่องาน "เดี่ยว" ควรเริ่มคิดเผื่องาน "ต่อเนื่อง" การลงทุนระบบที่รองรับ workflow หลายขั้นตอนจะคุ้มค่ากว่าการมองหา AI ตอบคำถามเก่งอย่างเดียว

  • ธุรกิจสาย Legal, Finance และ Cybersecurity ควรจับตาเป็นพิเศษ เพราะ Google เลือกโชว์ผลงานตรงกลุ่มนี้ก่อน หมายความว่าการแข่งขันด้าน AI เฉพาะทางในอุตสาหกรรมเหล่านี้กำลังเข้มข้นขึ้น

  • ราคาที่เห็นวันนี้ไม่ใช่ราคาถาวร การประเมิน ROI ของการนำ AI มาใช้ ต้องคิดที่ "ราคาเต็ม" ไม่ใช่ราคาช่วงโปรโมชัน



📍สิ่งที่ต้องจับตา

Argon ยังไม่เปิดให้คนทั่วไปใช้ และยังไม่มีวันที่ชัดเจนว่าจะเปิดกว้างเมื่อไร คำถามที่น่าสนใจคือ เมื่อเปิดใช้งานจริงในวงกว้าง ผลงานระดับ benchmark จะยังคงอยู่ไหมเมื่อเจอการใช้งานที่หลากหลายกว่าในห้องทดลอง และคู่แข่งอย่าง OpenAI หรือ Anthropic จะตอบโต้ด้วย token limit หรือจุดขายแบบไหนต่อไป

เกมต่อไปของ AI ไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครฉลาดกว่า แต่วัดกันว่าใครทำงานแทนคนได้นานและลึกกว่าโดยไม่พัง


Source:


ติดตาม Marketing Insight เพื่ออัปเดตเทรนด์ พร้อม Insight ที่ช่วยให้คุณมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและผู้บริโภค

Decode Trends. Understand Business

 .

 Facebook: Marketing Insight

 .

 Instagram: @marketinginsightth

 .

 TikTok: @marketing_insight

 .

 Website: Marketing Insight

 .

 Marketing Insight — เข้าใจธุรกิจ มองเห็นเทรนด์ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง


 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน

Marketing Insight

©2024 by Marketing Insight. 

bottom of page