top of page

Our 
Story

ABOUT US

Marketing Insight คือสื่อด้านการตลาดและธุรกิจ มุ่งอัปเดตเทรนด์ใหม่ต่างๆรอบตัว รวมถึงข่าวสารด้านธุรกิจที่เชื่อมโยงชีวิตผู้คน เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้ผู้คนกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ  

​

Marketing - Strategy - Trend and Lifestyle

Trump สั่งเปลี่ยนชื่อ AI เป็น "Super Intelligence" แต่คำนี้มีเจ้าของความหมายอยู่แล้ว

รูปภาพนักเขียน: Boonnada Phetnui
Boonnada Phetnui
4 ต.ค.
ยาว 1 นาที

ถ้าคุณเป็นประธานาธิบดีที่เชื่อว่า AI จะใหญ่กว่ายุคปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่คำว่า "Artificial" ฟังดูเหมือนของปลอม คุณจะทำอะไร?.คำตอบของโดนัลด์ ทรัมป์ คือ "เปลี่ยนชื่อมันซะ".วันที่ 22 กันยายน 2026 ทรัมป์ขึ้นเวที UN General Assembly แล้วประกาศว่าเอกสารราชการสหรัฐฯ ทั้งหมดจะเรียก AI ว่า "Super Intelligence" หรือ SI แทน



💬เกิดอะไรขึ้น

  • ทรัมป์ลงนามให้หน่วยงานรัฐเลิกใช้คำว่า Artificial Intelligence เปลี่ยนเป็น Super Intelligence (SI)

  • เหตุผลที่ให้คือ คำว่า "Artificial" ทำให้ AI ฟังดูเหมือนของปลอม ทั้งที่ความสามารถตอนนี้ไปไกลกว่านั้นแล้ว

  • ก่อนประกาศ เขาเปิดโพลใน Truth Social ให้ผู้ติดตามช่วยโหวตชื่อใหม่ ตัวเลือกมีทั้ง Super, Superior, Extreme และ Supreme Intelligence

  • ระหว่างสุนทรพจน์ ทรัมป์ยังย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนการควบคุม AI และเทียบความกังวลเรื่องความเสี่ยงของ AI ว่าเป็น "hoax" เหมือนเรื่อง climate change

  • นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อครั้งแรกของรัฐบาลนี้ ก่อนหน้านี้เคยเปลี่ยน Gulf of Mexico เป็น Gulf of America และ Lake Ontario เป็น Lake America มาแล้ว

🕐ทำไมต้องตอนนี้?

เพราะจังหวะนี้ ทรัมป์กำลังเล่นสองเกมพร้อมกัน เกมแรกคือการแข่งขันด้าน AI กับจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ และจีนกำลังหารือเรื่องช่องทางสื่อสารด้าน AI ก่อนจะมีการพบกับผู้นำจีนในสัปดาห์เดียวกัน เกมที่สองคือกระแสในประเทศ ที่มีทั้งการประท้วงเรื่อง data center และความกังวลเรื่องตำแหน่งงานหาย การเปลี่ยนชื่อจึงเป็นเครื่องมือสร้างเรื่องเล่าใหม่ ว่า AI คือโอกาส ไม่ใช่ภัยคุกคาม


📍Insight: ทำไมเรื่องนี้ไม่ใช่แค่มุกตลก


  • "Superintelligence" มีเจ้าของความหมายอยู่ก่อนแล้ว

    ในวงการวิจัย AI คำนี้หมายถึงปัญญาประดิษฐ์ที่ความสามารถเหนือมนุษย์ในทุกมิติ เป็นแนวคิดที่ใช้ถกเถียงกันมานานว่าควรเร่งพัฒนาหรือควรชะลอ แม้แต่ Meta ก็ตั้งชื่อหน่วยงานวิจัยของตัวเองว่า Superintelligence Labs นักวิจัยด้าน AI หลายคนจึงตั้งคำถามว่า ทรัมป์ใช้คำนี้เพื่อเรียก AI ทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งไม่ใช่ความหมายเดิมเลย


  • เปลี่ยนชื่อ ไม่เท่ากับเปลี่ยนความสามารถ

    เอกสารราชการจะเรียก AI ว่าอะไรก็ได้ แต่โมเดลที่ใช้งานจริงในอุตสาหกรรมยังพัฒนาด้วยเกณฑ์เดิม ไม่มีความสามารถไหนเพิ่มขึ้นเพราะเปลี่ยนป้ายชื่อ


  • นี่คือ playbook ด้านภาษาที่ใช้ซ้ำ

    จาก Gulf of America ถึง Lake America และตอนนี้คือ Super Intelligence วิธีคิดเดียวกันคือ เปลี่ยนคำที่ใช้ เพื่อเปลี่ยนกรอบที่คนมอง ซึ่งเป็นกลยุทธ์สื่อสารที่ไม่ต้องพึ่งกฎหมายหรืองบประมาณเลย


  • ขัดกับสารที่ตัวเองพูดเอง

    ทรัมป์บอกว่า AI ฉลาดพอจะ "ฆ่าเราได้" ถ้าพัฒนาแบบไม่มีการควบคุม แต่ในอีกจังหวะก็บอกว่าความกังวลเรื่อง AI เป็นแค่ hoax สองข้อความนี้ไปด้วยกันไม่ได้ และทำให้ชื่อใหม่ดูเหมือนเรื่องการตลาดมากกว่านโยบาย


📚Business Implication

  • ชื่อเปลี่ยนได้ แต่ Trust ต้องสร้างจากผลลัพธ์จริง องค์กรที่คิดจะ rebrand ด้วยคำที่ "ฟังดูดีกว่า" ต้องเตรียมรับคำถามว่าของจริงเปลี่ยนด้วยหรือเปล่า

  • คำศัพท์ในอุตสาหกรรมมีบริบทของมันเอง การหยิบคำที่มีความหมายเฉพาะทางมาใช้ใหม่โดยไม่เช็กก่อน เสี่ยงสร้างความสับสนมากกว่าความชัดเจน

  • Narrative ทางการเมืองกับนโยบายจริงอาจไปคนละทาง แบรนด์และนักการตลาดที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ AI ในสหรัฐฯ ควรแยกให้ออกระหว่างสิ่งที่ประกาศ กับกฎระเบียบที่บังคับใช้จริง


📍สิ่งที่ต้องจับตา

ยังไม่ชัดว่าคำว่า Super Intelligence จะถูกบังคับใช้นอกเอกสารราชการแค่ไหน และภาคอุตสาหกรรมจะยังเรียก AI ว่า AI ต่อไปเหมือนเดิมหรือไม่ ที่น่าสนใจกว่าคือ ประเทศอื่นจะรับคำนี้ไปใช้ตามที่ทรัมป์หวังไหม หรือจะกลายเป็นอีกหนึ่งคำที่ใช้เฉพาะในสหรัฐฯ

เปลี่ยนชื่อง่ายกว่าเปลี่ยนความเข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อโลกใบเดียวกันมีคำนี้ความหมายอื่นอยู่แล้ว


Source:

 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน

Marketing Insight

©2024 by Marketing Insight. 

bottom of page