top of page

Our 
Story

ABOUT US

Marketing Insight คือสื่อด้านการตลาดและธุรกิจ มุ่งอัปเดตเทรนด์ใหม่ต่างๆรอบตัว รวมถึงข่าวสารด้านธุรกิจที่เชื่อมโยงชีวิตผู้คน เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้ผู้คนกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ  

​

Marketing - Strategy - Trend and Lifestyle

Visa–Mastercard ผนึก 200 บริษัททั่วโลก เปิดตัว "OUSD" สเตเบิลคอยน์สกุลใหม่

รูปภาพนักเขียน: Boonnada Phetnui
Boonnada Phetnui
5 ต.ค.
ยาว 1 นาที

ถ้าคุณเป็นเครือข่ายชำระเงินที่แข่งกันมาทั้งชีวิต แล้ววันหนึ่งคู่แข่งชวนมาถือหุ้นร่วมกันในผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณจะเข้าร่วมไหม?


คำตอบของ Visa, Mastercard, Stripe, Coinbase และ Shopify คือ "เข้าร่วม แล้วเป็นเจ้าของเท่า ๆ กัน"


30 กันยายน 2026 OUSD (Open USD) สเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ



💬เกิดอะไรขึ้น

  • พัฒนาโดย Open Standard กลุ่มพันธมิตรที่มี Coinbase, Mastercard, Shopify, Stripe และ Visa เป็นผู้ก่อตั้ง และมีพันธมิตรรวมกว่า 200 แห่งทั่วโลก ทั้งสถาบันการเงิน ฟินเทค และธนาคาร

  • ผู้ก่อตั้งทั้ง 5 รายทุ่มเงินรวมกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างสภาพคล่องเริ่มต้น และแต่ละรายได้รับหุ้นเริ่มต้นใน Open Standard เท่ากัน

  • ออกเหรียญโดย Bridge (บริษัทที่ Stripe ซื้อไปด้วยมูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2024) เงินสำรองเก็บไว้ที่ BlackRock, Lead Bank และ BNY พร้อมเปิดเผยรายงานทุกเดือน

  • รองรับ 4 บล็อกเชน คือ Base, Ethereum, Solana และ Tempo ธุรกิจแลกเปลี่ยน OUSD แบบ 1:1 กับดอลลาร์ได้ฟรีผ่าน BVNK, Stripe และ Visa Stablecoin Platform ส่วน Coinbase เริ่มรองรับตั้งแต่ 1 ตุลาคม

  • หลังเปิดตัว มีโทเคนหมุนเวียนราว 468 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 0.15% ของตลาดสเตเบิลคอยน์ทั้งหมดที่มีมูลค่ารวมกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ โดย USDT และ USDC ครองส่วนแบ่งรวมกันกว่า 84%


🕐ทำไมต้องตอนนี้?

เพราะตลาดสเตเบิลคอยน์ที่กระจุกตัวอยู่กับผู้เล่นสองรายมานาน กำลังเป็นโอกาสให้เครือข่ายชำระเงินรายใหญ่เข้ามาเล่นเกมนี้เอง แทนที่จะปล่อยให้ Tether และ Circle ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยดิจิทัลดอลลาร์แต่เพียงฝ่ายเดียว การรวมตัวกันครั้งนี้จึงเป็นการสร้าง "ทางเลือกที่มีเจ้าของร่วม" ก่อนที่ตลาดนี้จะยิ่งโตและยากจะแทรกตัวเข้าไป


📍Insight

  1. นี่คือการแก้โจทย์ "Distribution" ไม่ใช่โจทย์ "เทคโนโลยี"

เทคโนโลยีเบื้องหลัง OUSD ไม่ได้ใหม่ มีสเตเบิลคอยน์แบบนี้อยู่แล้วหลายเจ้า สิ่งที่ต่างคือโมเดลการ

กระจาย Open Standard พลิกสูตรเดิมที่ผู้ออกเหรียญเก็บผลตอบแทนส่วนใหญ่ไว้เอง มาเป็นส่งผลตอบแทนคืนให้พันธมิตรตามปริมาณและกิจกรรมที่แต่ละรายสร้างขึ้น เท่ากับใครช่วยกระจายมาก ก็ได้ส่วนแบ่งมาก นี่คือตรรกะเดียวกับโปรแกรม Affiliate หรือกองทุนการตลาดร่วม (Co-op Marketing Fund) ที่ธุรกิจ B2B ใช้กันมานาน เพียงแต่ยกระดับมาเป็นส่วนแบ่งหุ้นบริษัท


  1. ประวัติศาสตร์ของ Visa และ Mastercard คือพิมพ์เขียวของดีลนี้

ทั้งสองเครือข่ายเริ่มต้นจากการเป็นสมาคมที่ธนาคารสมาชิกร่วมเป็นเจ้าของ ก่อนจะ IPO ในภายหลัง และเติบโตได้เพราะสถาบันที่ช่วยกระจายผลิตภัณฑ์ ก็เป็นเจ้าของเครือข่ายไปพร้อมกัน OUSD กำลังใช้สูตรเดียวกันนี้กับดอลลาร์ดิจิทัล


  1. แบรนด์ที่คนทั่วไปแทบไม่เห็น แต่มีมูลค่าทางธุรกิจมหาศาล

ผู้บริโภคทั่วไปไม่น่าจะเรียกหา OUSD เหมือนที่ไม่รู้ว่าร้านค้าออนไลน์ใช้ผู้ให้บริการชำระเงินเจ้าไหน ถ้าโมเดลนี้สำเร็จ OUSD จะไปอยู่เบื้องหลังระบบ Checkout, การจ่ายเงินให้ Creator หรือ Affiliate และ Treasury Dashboard ขององค์กร นี่คือ Ingredient Brand แบบ B2B ที่สร้างความน่าเชื่อถือจากโลโก้พันธมิตรที่คนรู้จักอยู่แล้ว แทนที่จะต้องสร้างแบรนด์ใหม่จากศูนย์


  1. ตัวเลข Market Share วันแรก ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุด

0.15% ของตลาดฟังดูน้อยมากเมื่อเทียบกับ USDT และ USDC แต่สิ่งที่ต่างคือ OUSD เริ่มต้นด้วยเครือข่ายการกระจายที่มีอยู่แล้วตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องสร้างช่องทางใหม่ ซึ่งต่างจากสเตเบิลคอยน์ทั่วไปที่ต้องเริ่มสร้างการยอมรับจากศูนย์


📚Business Implication

  • "ใครกระจายสินค้าได้ดีที่สุด ควรได้ผลตอบแทนมากที่สุด" เป็นหลักคิดที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจที่มีพันธมิตรช่วยขาย ไม่ใช่แค่สเตเบิลคอยน์

  • Ingredient Brand คือกลยุทธ์ที่เหมาะกับสินค้าโครงสร้างพื้นฐาน การมุ่งสร้างความน่าเชื่อถือกับผู้มีอำนาจตัดสินใจ (Developer, CFO) อาจสำคัญกว่าสร้างการรับรู้แบรนด์กับผู้บริโภคทั่วไป

  • คู่แข่งที่รวมตัวกันได้ อาจแข็งแกร่งกว่าแยกกันแข่ง โดยเฉพาะเมื่อโจทย์ร่วมคือการแย่งส่วนแบ่งจากผู้นำตลาดเดิม


📍สิ่งที่ต้องจับตา

ยังไม่มีการเปิดเผยว่าสัดส่วนโทเคนจะกระจายไปบนบล็อกเชนไหนมากที่สุด และถึงแม้ผู้ก่อตั้งจะยืนยันว่ายังสนับสนุนสเตเบิลคอยน์สกุลอื่นต่อไป (รวมถึง USDC) นั่นหมายความว่า OUSD ต้องแย่งพื้นที่แม้แต่ในหมู่พันธมิตรของตัวเอง บททดสอบจริงจะอยู่ที่ว่าพันธมิตรทั้ง 200 แห่งจะผลักดัน OUSD ผ่านผลิตภัณฑ์ของตัวเองจริงจังแค่ไหน ไม่ใช่แค่สภาพคล่องตั้งต้นที่มีวันเปิดตัว


โครงสร้างผลตอบแทนออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์การกระจายแล้ว ที่เหลือคือต้องพิสูจน์ว่าพันธมิตรจะใช้มันจริงหรือแค่ถือหุ้นเฉย ๆ


Source

 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน

Marketing Insight

©2024 by Marketing Insight. 

bottom of page